“ข้าวมันไก่” กินได้แค่ทำให้ “สุก ร้อน สะอาด”
15 มกราคม 2558 | |Refer
“ข้าวมันไก่” กินได้แค่ทำให้ “สุก ร้อน สะอาด”
กรมควบคุมโรค แนะประชาชนมั่นใจรับประทานข้าวมันไก่ตามปกติ เน้นผู้ค้าใช้มาตรการ “สุก ร้อน สะอาด"
วันนี้(14 มกราคม 2558) ที่ห้องประชุมอายุรกิจ โกศล กรมควบคุมโรค นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวภายหลังเป็นประธานการแถลงข่าวกรณีที่เกี่ยวกับการรับประทานข้าวมันไก่ ว่า จากการตรวจพบเชื้ออหิวาต์เทียมหรือเชื้อ Vibrio parahaemolyticus ที่ปนเปื้อนเลือดไก่ในข้าวมันไก่ นั้น กรมควบคุมโรค ขอเน้นย้ำกับประชาชนให้มั่นใจว่ามีการพบเชื้ออหิวาต์เทียมเฉพาะในเลือดไก่เท่านั้น ส่วนเนื้อไก่และข้าวมันไก่สามารถรับประทานได้ตามปกติ สำหรับเลือดไก่นั้น ประชาชนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าเลือดไก่ที่วางขายตามท้องตลาดนั้นถูกทำให้สุกมาแล้ว และที่สำคัญผู้บริโภคต้องการรับประทานเลือดที่มีลักษณะนิ่ม จึงไม่นิยมนำไปต้มซ้ำอีกครั้งก่อนบริโภค
กรมควบคุมโรค จึงแนะนำให้ผู้บริโภคหลีกเลี่ยงการรับประทานเลือดไก่ที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อโรคที่ถูกวิธี ผู้ประกอบการร้านค้าควรต้มเลือดไก่ให้สุกซ้ำอีกครั้งก่อนจำหน่าย โดยต้มด้วยอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 75 องศาเซลเซียส นาน 15 นาที ประเด็นสำคัญอีกประการ คือ ผู้ที่สับไก่ต้องปฎิบัติตามหลักสุขาภิบาลอาหาร เช่น หากมือเป็นแผลไม่ควรสับไก่ขาย ไม่ทิ้งวัตถุดิบให้ค้างมื้อ และแยกเขียงกับมีดสำหรับหั่นเลือดไก่ต่างหาก ในกรณีที่เป็นการสับไก่ต้มเพื่อเสิร์ฟสำหรับการรับประทานต้องใส่ถุงมือพลาสติก เพื่อให้ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอาหารเป็นพิษ
นายแพทย์โสภณ กล่าวต่อไปว่า กรมควบคุมโรค ได้ประชุมหาทางแก้ปัญหาร่วมกับกรมปศุสัตว์ กรมอนามัย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ได้ข้อสรุปและให้หน่วยงานในพื้นที่ร่วมดำเนิน ดังนี้ 1.สำนักระบาดวิทยา ร่วมกับกรมปศุสัตว์และหน่วยงานรับผิดชอบในพื้นที่ทำการสอบสวนต่อเพื่อให้ทราบถึงสาเหตุของการปนเปื้อนเชื้อในโรงงานดังกล่าว 2.สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ร่วมกับกรมปศุสัตว์ เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบ ควบคุมมาตรฐานโรงเชือดไก่และมาตรฐานการผลิตเลือดไก่ต้มให้ได้คุณภาพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ทุกแห่งทั่วประเทศ 3.สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กำหนดมาตรฐานการส่งอาหาร วัตถุดิบ รวมถึงรถขนส่งอาหารให้มีความสะอาดและระบบควบคุมความเย็นที่ดีได้มาตรฐานให้หน่วยงานต่างๆ ปฎิบัติ 4.กรมอนามัยและหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ควรขอความร่วมมือจากองค์กรท้องถิ่นที่รับผิดชอบตลาดสดให้ทำความสะอาดร้านค้าขายไก่สดด้วยคลอรีนเป็นประจำสม่ำเสมอ 5.หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่เฝ้าระวังเหตุการณ์ในชุมชนและในโรงเรียน โดยเฉพาะพื้นที่ที่ยังพบการระบาดและพื้นที่ที่มีการรับผลิตภัณฑ์จากโรงงาน และ 6.วางแผนดำเนินการประชุมร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการเพื่อพิจารณาเมนูแนะนำสำหรับโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนที่เหมาะสม รวมทั้งเพื่อความเข้มข้นเรื่องวิธีการป้องกันควบคุมโรคที่อาจเกิดจาอาหารและน้ำในโรงเรียน
ด้านนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับประชาชน ในการบริโภคอาหาร แนะนำ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ" สำหรับอาหารที่ปรุงสุกแล้ว หากต้องการเก็บไว้ ไม่บริโภคทันที สามารถทำใด้ แต่หากเก็บไว้นานเกิน 2-4 ชั่วโมง ต้องอุ่นหรือทำให้สุกอีกครั้งก่อนบริโภค เพื่อความปลอดภัยจากโรคอาหารเป็นพิษหรืออุจจาระร่วง ส่วนผู้ประกอบการขอให้ยึดหลัก”สุก ร้อน สะอาด” ในการประกอบอาหาร คือขอให้ปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อนก่อนจำหน่าย และใช้วัตถุดิบที่สด ใหม่ รวมถึงมีกระบวนการปรุงอาหารที่สะอาดและถูกหลักสุขาภิบาลอาหารด้วย
“ส่วนอาการเบื้องต้นของโรคอาหารเป็นพิษ คือ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเหลว อาจมีไข้หรืออาการอื่นๆ ร่วมด้วย สำหรับการช่วยเหลือและรักษาผู้ป่วยอุจจาระร่วงเบื้องต้น ทำโดยให้สารละลายเกลือแร่โอ อาร์ เอส หรือของเหลวมากกว่าปกติ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ และให้อาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก หรือน้ำข้าว หรือแกงจืด ไม่งดอาหารรวมทั้งนมแม่ สำหรับเด็กที่ดื่มนมผสมให้ผสมเหมือนเดิมแต่ปริมาณลดลงและให้สลับกับสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ เพื่อป้องกันการขาดสารอาหาร เมื่ออาการโรคอุจจาระร่วงไม่ดีขึ้น แนะนำให้ไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือแพทย์ทันที ไม่ควรกินยาเพื่อให้หยุดถ่าย เพราะจะทำให้เชื้อโรคค้างอยู่ในร่างกาย ซึ่งจะเป็นอันตรายมากขึ้น ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422" นายแพทย์โอภาส กล่าวปิดท้าย
ขอขอบคุณข้อมูล จาก กรมควบคุมโรค (กระทรวงสาธารณสุข)
ภาพประกอบ จาก istockphoto.com
ข่าวบันเทิงบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น